บล็อกการเลี้ยงดูทารก

ทำไมฉันควรให้นมลูก?

เลี้ยงลูกด้วยนมและชุดคลุมท้องเป็นเรื่องปกติและมีสุขภาพดีสำหรับทารกและคุณแม่ น้ำนมแม่มีเซลล์โรคต่อสู้ที่เรียกว่าแอนติบอดีที่ช่วยป้องกันทารกจากเชื้อโรคเจ็บป่วยและกลุ่มอาการทารกเสียชีวิตอย่างกะทันหัน (SIDS) เลี้ยงลูกด้วยนมจะเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่ลดลงของปัญหาสุขภาพต่างๆสำหรับทารก ได้แก่ :

ติดเชื้อที่หู
ไวรัสกระเพาะอาหาร
การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
dermatis ภูมิแพ้
โรคหอบหืด
ความอ้วน
ประเภท 1 และเบาหวานชนิดที่ 2
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในวัยเด็ก
necrotizing enterocolitis, โรคระบบทางเดินอาหารในเด็กทารกคลอดก่อนกำหนด

ทำไมเลี้ยงลูกด้วยนมมีความสำคัญอย่างไร

ในแม่, นมจะเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่ำของโรคเบาหวานประเภท 2 มะเร็งเต้านมมะเร็งรังไข่และภาวะซึมเศร้าหลังคลอด สูตรทารกไม่สามารถจับคู่แต่งหน้าเคมีที่แน่นอนของนมมนุษย์เซลล์โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนและแอนติบอดีที่โรคต่อสู้ สำหรับทารกส่วนใหญ่นมแม่ย่อยได้ง่ายกว่าสูตร มันต้องใช้เวลาสำหรับท้องของพวกเขาปรับตัวให้เข้าย่อยโปรตีนในสูตรเพราะพวกเขาจะทำจากนมวัว
ฉันควรให้นมลูกนาน?

หลายองค์กรชั้นนำด้านสุขภาพขอแนะนำให้ทารกมากที่สุดนมลูกเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือนเลี้ยงลูกด้วยนมพิเศษสำหรับ 6 เดือนแรก ซึ่งหมายความว่าทารกจะไม่ได้รับอาหารหรือของเหลวอื่น ๆ กว่านม 6 เดือนแรก คำ แนะนำเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนโดยองค์กรรวมทั้ง American Academy of กุมาร, American Academy of แพทย์สำหรับครอบครัว, อเมริกันวิทยาลัยสูตินรีแพทย์และนรีแพทย์, วิทยาลัยอเมริกันของพยาบาลตำแย, สมาคมโภชนาการอเมริกันและชาวอเมริกันสมาคมสุขภาพสาธารณะ
ฉันควรเสริมด้วยสูตร?

ให้สูตรทารกของคุณอาจทำให้เขาหรือเธอจะไม่ต้องการนมแม่มากที่สุดเท่าที่ นี้จะลดปริมาณน้ำนม ถ้าคุณเป็นห่วงว่าลูกน้อยของคุณไม่ได้กินพอพูดคุยกับแพทย์ของทารก
ทารกของฉันต้องธัญพืชหรือน้ำ?

ลูกน้อยของคุณเพียงต้องการนมหกเดือนแรกของชีวิต น้ำนมแม่เพียงอย่างเดียวจะให้สารอาหารทารกของคุณต้องการ ให้ทารกธัญพืชอาจก่อให้เกิดลูกน้อยของคุณจะไม่ต้องการนมแม่มากที่สุดเท่าที่ นี้จะลดปริมาณน้ำนม แม้จะอยู่ในสภาพอากาศร้อนทารกนมแม่ไม่ต้องการน้ำหรือน้ำผลไม้ เมื่อลูกน้อยของคุณพร้อมสำหรับการอาหารอื่น ๆ พวกเขาควรจะอุดมด้วยธาตุเหล็ก
มัน ok สำหรับลูกของฉันที่จะใช้จุก?

ถ้าคุณต้องการที่จะลองมันก็จะดีที่สุดที่จะรอจนกว่าทารกเป็นหนึ่งเดือนเก่าที่จะแนะนำจุก นี้จะช่วยให้เด็กที่จะเรียนรู้วิธีการสลักกันบนหน้าอกและได้รับเพียงพอที่จะกิน
เป็นลูกของฉันได้รับเพียงพอวิตามิน D?

วิตามิน D เป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างกระดูกให้แข็งแรง ทารกและเด็กควรสวมเสื้อผ้าเด็กที่สะอาดและควรจะได้รับอย่างน้อย 400 หน่วยสากล (IU) ของวิตามินดีในแต่ละวัน เพื่อ ตอบสนองความต้องการนี​​้ทั้งหมดทารกนมแม่ (รวมทั้งที่มีการเติมสารสูตร)​​ ควรจะได้รับอาหารเสริมวิตามิน D ของ 400 IU ในแต่ละวัน นี้ควรเริ่มต้นในไม่กี่วันแรกของชีวิต คุณสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามิน D สำหรับทารกที่ร้านขายยาหรือร้านขายของชำ แสงแดดเป็นแหล่งสำคัญของวิตามินดี แต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะวัดเท่าใดแสงแดดทารกได้รับและคุณดวงอาทิตย์มากเกินไปอาจเป็นอันตราย เมื่อลูกน้อยของคุณเป็นหย่านมจากนมเต้านมพูดคุยกับแพทย์ของทารกเกี่ยวกับว่าลูกน้อยของคุณงัวต้องการเสริมวิตามิน D เด็กบางคนไม่ได้รับเพียงพอวิตามิน D ผ่านอาหารเพียงอย่างเดียว
เมื่อฉันควรหย่าลูกของฉัน?

American Academy of Pediatrics แนะนำให้นมลูกเกินวันเกิดปีแรกของทารกและตราบเท่าที่ทั้งแม่และลูกน้อยต้องการ เวลาที่ง่ายที่สุดและเป็นธรรมชาติมากที่สุดจะหย่าคือเมื่อเด็กของคุณนำไปสู่​​กระบวนการ แต่วิธีการที่แม่รู้สึกมีความสำคัญมากในการตัดสินใจเมื่อจะหย่า

จาก http://www.womenshealth.gov/publications/our-publications/fact-sheet/breastfeeding.html

 

ถ้าปล่อยให้หนูเป็นลูกคนเดียวมาเป็นปี แล้วอยู่ๆแม่ก็อุ้มเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ หน้าตาแปลกๆ แถมร้องไห้เสียงดังลั่นเข้ามาในบ้านพร้อมประโยคสั้นๆ(แต่ไม่ยักเข้าใจ)ว่า “นี่ไงจ๊ะ น้องของหนู” รับประกันได้ว่า หนูไม่มีวันยอมเด็ดขาด แล้วคราวนี้แม่จะรู้ว่า อาการหัวปั่นเมื่อหนูป่วนมันเป็นยังไง ฮึ่ม!

ก่อน อื่นเลยคุณแม่คงต้องทำใจว่า การท้องในครั้งนี้คุณแม่จะมัวมากังวลกับความเปลี่ยนแปลงของตัวเองเพียงเท่า นั้นไม่พอค่ะ เพราะการตั้งครรภ์ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของคุณกับลูกในท้องเท่านั้น ยังมีหนูน้อยอีกคนหนึ่งที่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของแม่ และยังต้องการเวลาสำหรับตัวแกที่แม่ควรมีให้อยู่เหมือนเดิม

ลูก ควรจะได้รับรู้เรื่องราวของน้องไปพร้อมๆกับผู้อื่นด้วย และในแต่ละเดือนที่ผ่านไป อย่าลืมสะกิดลูกเข้ามามีส่วนร่วมกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นด้วยนะ เช่น เมื่อรูปร่างแม่เริ่มเปลี่ยนแปลง ลูกอาจฉงนสนเท่ห์ว่าน้องทำอะไรแม่ถึงเป็นแบบนี้ แม่ก็คงต้องอธิบายว่าน้องอยู่ในนี้ หรือเวลาน้องดิ้นก็คว้ามือน้อยๆของลูกมาวางที่ท้องในตำแหน่งที่น้องดิ้น นอกจากนั้นหากมีเวลาแม่กับลูกน่าจะมาจับเข่าคุยกันสักหน่อยว่า หลังจากน้องเกิดมาแล้วจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง เช่น น้องจะร้องไห้บ่อย แม่ต้องแบ่งนมให้น้องกิน ต้องอุ้มน้อง ฯลฯ อย่าลืมย้ำอย่างหนักแน่นว่าน้องจะไม่ใช่คนที่มาแย่งความรักที่พ่อแม่มีต่อ ลูกไป แต่น้องมาเพื่อได้รับความรักจากลูก และต้องการการดูแลเอาใจใส่ช่วยเหลือจากลูกเช่นกัน

เมื่อถึง “วันนั้น”

อย่า ลืมพาหนูไปเยี่ยมแม่กับน้องด้วย เพราะภาพที่เห็นทำให้หนูเข้าใจว่าที่แม่หายหน้าไปวันหรือ 2 วันก่อนหน้านี้ แม่ไปไหน! ทำอะไร! และได้เห็นว่าแม่สุขสบายดีแถมมีน้องน่ารักให้หนูอีก 1 คน

“กลับมาบ้านซะที”

แม้ ว่าลูกจะทำท่าเข้าอกเข้าใจพ่อกับแม่และน้องใหม่เป็นอย่างดี แต่เมื่อกลับมาบ้าน ได้เห็นแม่ทะนุถนอมน้อง แอะนึงก็โอ๋ แอะนึงก็อุ้ม คุณแม่ก็อาจจะเห็นอาการวีนเล็กๆจากลูก เช่น อาจงอแงทำตัวเหมือนเด็กเล็กๆ ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ใช้ความอดทนสักนิด พยายามไม่ทำให้ลูกรู้สึกว่าคุณเปลี่ยนไป แกก็จะรู้สึกอบอุ่นใจ มั่นใจ และเข้าใจว่าที่แท้พ่อแม่ก็ยังรักแกเหมือนเดิมแต่อาจแสดงออกแตกต่างกับน้อง ก็เท่านั้นเอง

แต่วิธีที่น่า จะช่วยป้องกันหรือลดอาการที่ว่านี้ลงได้ก็คือ จากโรงพยาบาลมาถึงบ้าน คุณแม่น่าจะไหว้วานให้คุณพ่อหรือคนใกล้ชิดเป็นคนอุ้มลูก(คนเล็ก)แทน เพื่อแขนสองข้างของคุณแม่จะได้โอบกอดเจ้าตัวโตได้เต็มไม้เต็มมือ(และเป็นการ ช่วยให้คุณแม่สบายขึ้นหน่อยเพราะแผลหลังคลอดอาจทำให้อุ้มลูกไม่ถนัดมือ นัก)อย่าลืมกระซิบข้างๆหูลูกว่า ของขวัญชิ้นพิเศษนี้มอบให้ลูกเป็นคนช่วยดูแล และคุณคิดถึงลูกแค่ไหนตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาล

“ช่วยกันหน่อยนะ”

ไม่ ว่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับ “น้อง” ถ้าเป็นไปได้ขอโอกาสให้ลูกคนโตได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือน้องหน่อย เช่น ให้ลูกช่วยหยิบผ้าอ้อมให้ หรือส่งขวดนม ขวดน้ำของน้องให้ ถ้าอุ้มน้องอยู่ก็อาจอนุญาตให้ลูกมาอิงแอบอยู่ใกล้ๆ หรืออาจให้ลูกช่วยตัดสินใจเลือกสีเสื้อผ้าให้น้อง(วิธีการเหล่านี้นอกจาก ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างน้องกับพี่แล้ว ลูกคนโตยังได้ฝึกพัฒนาการในด้านการเป็นผู้นำ การรู้จักตัดสินใจ การรู้จักช่วยเหลือพี่น้องด้วย)

ทั้ง หมดทั้งมวลที่ขอมา ไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าคุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้างจะช่วยกันดูแลรักษาความ รู้สึกของหัวใจดวงน้อยดวงนี้ ที่สำคัญการเตรียมการไว้แต่เนิ่นๆมีชัยไปกว่าครึ่งแน่ๆค่ะ

tip

*ลอง หาตุ๊กตามาให้ลูก และลองให้แกดูแลตุ๊กตาเหมือนกับที่พ่อหรือแม่ดูแลน้อง เช่น อาบน้ำให้ตุ๊กตา เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ตุ๊กตา ป้อนข้าว แต่งตัวให้ ฯลฯ ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกเรียนรู้ประสบการณ์เหล่านี้อีกวิธีหนึ่ง

*ถ้า ลูกทำท่าอยากรู้อยากเห็นและมีคำถามว่า “น้องมาจากไหน” คุณพ่อคุณแม่ควรให้ข้อมูลโดยประเมินจากการรับรู้ของลูกด้วยว่าแค่ไหนจะเข้า ใจ เพราะถ้าบอกอะไรมากเกินการรับรู้ของลูก แกอาจรู้สึกตกใจและกลัวก็เป็นได้

ขอบคุณข้อมูลจาก momypedia.com

เป็น เรื่องง่ายมากที่เราจะหลงลืมหรือละเลยกิจวัตรประจำวันของเด็กอย่าง “การแปรงฟัน” ( หมายรวมถึงการทำความสะอาดภายในช่องปากด้วย ) อาจเพราะเราคิดว่าแค่ฟันน้ำนมไม่เป็นไรหรอก หรืออาจคิดว่าลืมบ้างก็ช่างเถอะ วันๆหนึ่งเขาไม่ได้กินอะไรเยอะแบบเราหรอก คงไม่สกปรกเท่าไหร่

ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตแพทย์ กล่าวว่า “การเริ่มรักษาสุขภาพในช่องปาก นั้นยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งดี เป็นการป้องกันแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุ และยังเป็นการลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดการติดเชื้อภายในช่องปากด้วย

ฟันของลูกนั้นจะเริ่มแทงเหงือกขึ้นมาอย่างเร็ว เมื่ออายุประมาณ 4 เดือน ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่อย่าชะล่าใจ อย่าปล่อยให้เลยเถิดเชียว เพราะผลวิจัยระบุว่าเด็กที่ฟันผุตั้งแต่เด็กๆ นั้น ส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาในช่องปากเมื่อโตขึ้นด้วย รีบดูแลเสียแต่เนิ่นๆ

• อย่าใช้ช้อนส้อมร่วมกัน โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีปัญหาฟันผุ สามารถเผยแพร่แบคทีเรียตัวร้ายได้ง่าย ใช้ช้อนกลางไปเลยไม่ต้องถาม

• ไม่แชเชือนที่จะไปพบหมอฟัน ประมาณ 6 เดือนหลังจากมีฟันซี่แรกก็ควรได้รับคำแนะนำเรื่องสุขภาพในช่องปากแล้ว

• แปรงสีฟันหัดใช้ไม่รีรอ ต้องเริ่มทันทีเมื่อมีฟันซี่แรกขึ้น เลือกแปรงเล็กๆ ขนนุ่มๆ จับถนัดมือ บวกกับยาสีฟันไม่มีฟลูออไรด์ แปรงประจำโดยเฉพาะก่อนเข้านอน เพราะเป็นเวลาที่น้ำลายจะน้อยลง คราบแบคทีเรียบนผิวฟันจึงทำอันตรายได้ง่ายดาย

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

ยุคนี้ของเล่น มีวางขายเกลื่อนมากมาย ด้วยความเข้าใจที่ว่า ของเล่นมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะทางปัญญาและอารมณ์ของเด็ก แท้ที่จริงแล้ว นักวิชาการกล่าวว่า ต่อให้ของเล่นมีราคาแพง ดีแค่ไหน แต่ไม่มีพ่อแม่ได้ร่วมเล่นกับลูก ของเล่นไม่ตรงกับความสามารถ พัฒนาการตามช่วงวัย ก็เปล่าประโยชน์

ข้อแนะนำต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจถึงการเล่นที่เสริมสร้างความฉลาด สอดคล้องกับความสามารถ พัฒนาการช่วงวัยของลูกค่ะ

0 – 1 เดือน

ความสามารถ ลูก เรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆ ผ่านประสาทสัมผัสทุกด้านตั้งแต่แรกเกิด สามารถมองเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส และสัมผัสได้ตลอดเวลา การจัดสิ่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญ ที่ช่วยให้ลูกซึมซับความรู้สึก พร้อมกับการเล่นที่หลากหลายและสร้างสรรค์โดยเฉพาะลูกน้อยช่วงแรกเกิดนั้น ของเล่นที่ดีที่สุดก็คือพ่อแม่ ที่ได้ใกล้ชิดดูแลเรื่องความเป็นอยู่ ได้เล่นกับลูก
ของเล่น

- เสียงพูดคุย ร้องเพลง ที่มีจังหวะ น้ำเสียงขึ้นๆ ลงๆ ก็เป็นเสียงชวนฟัง เรื่องสนุกของลูก

- เล่นปูไต่ การสัมผัส ใช้นิ้วมือของคุณแม่ไต่ไปตามแขน ขา ลำตัว นิ้วมือ นิ้วเท้า พร้อมกับสบตาพูดคุยไปด้วย

- ใช้ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม หรือการทำท่าทางที่ตลกๆ ของคุณพ่อ ชวนให้ลูกยิ้มดูบ้างสิคะ

2 – 3 เดือน

ความสามารถ ลูกยกศีรษะจากที่นอนได้ชั่วขณะ (ประมาณ 45 องศา) ช่วงแขน ขา เอว เข่า แข็งแรงขึ้นมากของเล่น

- เลือกภาพที่น่าสนใจ เช่น ภาพใบหน้าพ่อ-แม่ หรือภาพดอกไม้ รูปทรงง่ายๆ ที่ตัดกับพื้นด้านหลังชัดเจน นำมาให้ลูกดู หรือทำเป็นโมบายแขวนไว้

- จับลูกนอนคว่ำกับที่นอน โดยคุณแม่อยู่ด้านตรงข้ามกับลูก ใช้ใบหน้า เสียงเรียกหรือท่าทาง ชวนลูกเล่น กระตุ้นให้ลูกพยายามผงกหัวขึ้นมามอง

4 – 5 เดือน

ความสามารถ ควบคุมศีรษะดีขึ้น อาจมีบ้างที่ศีรษะยังแหงนหงาย คอและหลังแข็งแรงขึ้นมาก ชอบเหลียวมองไปมา ชอบมองของเล่น และอยากจะคว้าของของเล่น

- อุ้มลูกส่องกระจก ให้ลูกมองตัวเองในกระจก พร้อมกับบอกชื่อลูกหรือชื่อคุณแม่

- ของใช้ เช่น ผ้าอ้อม ก็สามารถนำมาดัดแปลงเป็นของเล่นสนุก ให้ลูกสัมผัส หยิบจับ ขยำ กำ ได้ค่ะ

6 เดือน

ความสามารถ ลูกพยายามคืบ หยิบของเข้าปาก ชอบของเล่นสีสันสดใส มีเสียงของเล่น

- แก้วน้ำ ถ้วย ช้อน ที่มีน้ำหนักเบา อุปกรณ์เรื่องหม่ำของลูก ก็เป็นของเล่นที่ชวนเพลิดเพลินกับการหยิบจับกำ สิ่งของได้เป็นอย่างดี

- อวัยวะส่วนต่างๆ ของลูก ก็เป็นตัวเชื่อมโยงเรื่องเล่นค่ะ โดยให้ลูกสัมผัสกับอวัยวะ เช่น จมูก ปาก หูของตัวเอง แล้วคุณแม่คอยกำกับบอกชื่อขณะที่เล่น

7 – 8 เดือน

ความสามารถ กล้ามเนื้อมัดเล็กแข็งแรง ลูกสามารถหยิบของสลับข้างได้เก่ง นั่งได้ คลานได้ แต่อาจไม่คล่องแคล่วของเล่น

- หากล่องใบเล็กสักใบ พร้อมลูกบอลที่ลูกจับถนัดมือ โดยคุณแม่ก็หยิบลูกบอลเข้า-ออกให้ลูกดู ต่อจากนั้นก็ให้ลูกเป็นผู้เล่นดูบ้าง

- คุณแม่อาจให้ลูกลองบีบฟองน้ำ หรือตีน้ำป๋อมแป๋มให้ลูกดู มีเสียงประกอบเล็กน้อย ก็เป็นเรื่องสนุกช่วงเวลาอาบน้ำ

9 – 10 เดือน

ความสามารถ ลูกเริ่มเกาะยืน เคลื่อนไหวร่างกายคล่องขึ้นมากของเล่น

- ใช้กำแพงบ้านเป็นพื้นที่สนุก ให้ลูกหัดดันตัวเองจากพื้น เพื่อเกาะยืนขึ้น

- ให้คุณพ่อมีส่วนร่วมเรื่องเล่นของลูก ด้วยการเล่นโยกเยก ขี่ม้าส่งเมือง โดยมีคุณแม่ดูแลความปลอดภัย

11 – 12 เดือน

ความสามารถ ลูกเกาะยืน ลุกขึ้นนั่งลง คลานไปได้ทั่ว สนุกกับการเคลื่อนไหวร่างกาย (ไม่อยู่นิ่ง)

ของเล่นจำพวกผลัก ดึง ให้เคลื่อนที่ได้จึงเป็น ของเล่นชวนสนุกของลูกวัยนี้ของเล่น

- หากล่องใบเล็ก 2-3 ใบ ประดิษฐ์เป็นขบวนรถไฟ ให้ลูกสนุกกับการลาก ดึง ที่สำคัญ ขณะที่เล่นคุณแม่ควรพูดคุยถึงสิ่งที่ลูกเล่นไปด้วย เช่น ทำเสียงเลียนแบบรถไฟ (ปู๊น ปู๊น) เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก sanook.com

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในแคนาดาได้ออกรายชื่อวิธีที่ดีที่สุด ในการลดแหล่งก่อสารพิษในบ้าน 5 ประเภท ที่มีความเกี่ยวข้องกับการก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของเด็ก โดยที่ได้บอกเอาไว้ว่า ทั้งว่าที่พ่อแม่ และพ่อแม่มือใหม่ทั้งหลาย ต้องได้รับคำแนะนำที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเกี่ยวกับการปกป้องคุ้มครองดูแล ลูกของตัวเองให้รอดพ้นจากความเสี่ยงทางด้านสุขภาพ เช่น โรคเกี่ยวกับการเรียนรู้และพฤติกรรม โรคหอบหืด มะเร็ง และโรคผิดปกติตั้งแต่เกิดอื่นๆ โดยทั้งหมดนี้เป็นโรคที่นักวิจัยได้นำไปเชื่อมโยงเข้ากับสารพิษต่างๆ ที่สามารถพบได้ในบ้านหรือบริเวณอื่นรอบๆ บ้าน

ฉะนั้น Canadian Partnership for Children’s Health and Environment หรือ CPCHE จึงได้ให้คำแนะนำ 5 ประการ ที่จะช่วยให้คุณสามารถดีท็อกซ์บ้านของคุณ เพื่อป้องกันลูกน้อยไม่ให้ต้องประสบปัญหาสุขภาพไว้ดังนี้

1. ปัดฝุ่นและดูดฝุ่นบ่อยๆ
ฝุ่นในบ้านเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กได้รับสิ่งที่เป็นพิษเข้าไปใน ร่างกาย เพราะฉะนั้นก็ควรจะดูดฝุ่นหรือถูบ้านทุกสัปดาห์ และปัดฝุ่นโดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ สำหรับครอบครัวที่มีเด็กอยู่ในวัยกำลังคลานนั้น CPCHE แนะนำให้ปัดฝุ่นและดูดฝุ่นสองครั้งต่อสัปดาห์ หลีกเลี่ยงการปัดฝุ่นแบบแห้งเพราะเป็นการทำให้ฝุ่นหมุนเวียนกลับไปอยู่ใน อากาศ นอกจากนี้คนในบ้านควรถอดรองเท้าไว้ที่ประตูเพื่อป้องกันการนำฝุ่นและสารเคมี ต่างๆ เข้ามาในบ้าน การเก็บของเล่นเอาไว้ในภาชนะที่ปิดสนิทก็เป็นอีกหนึ่งทางที่จะช่วยลดปริมาณ ของฝุ่นได้อีกด้วย

2. ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปราศจากสารพิษ
หันมาเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เรียบง่ายและไม่มีสารพิษ เบคกิ้ง โซดา สามารถนำมาใช้ในการขัดอ่างล้างหน้าหรืออ่างอาบน้ำได้เป็นอย่างดี น้ำส้มสายชูเมื่อนำมาผสมเข้ากับน้ำเปล่าก็จะสามารถทำความสะอาดหน้าต่างและ พื้นบ้านได้ งดเว้นการใช้น้ำหอมปรับอากาศ ผงซักฟอกที่ผสมน้ำหอม และ dryer sheet หรือแผ่นที่ใส่ในเครื่องอบผ้า ส่วนถ้าจำเป็นต้องซักแห้ง ก็ให้หาร้าที่เลือกใช้วิธีซักแห้งโดยปราศจากสารพิษ

3. ซ่อมปรับปรุงอย่างถูกวิธี
ถ้าบ้านของคุณอยู่ในระหว่างการซ่อมปรับปรุง ผู้หญิงตั้งครรภ์และเด็กควรจะอยู่ให้ห่างจากบริเวณก่อสร้างนั้นเนื่องจากการ ซ่อมปรับปรุงบ้านจะก่อให้เกิดฝุ่นและควันที่เป็นพิษจากการทาสี และการทากาว ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบประสาทของเด็กได้ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องปิดล้อมบริเวณที่ซ่อมปรับปรุงออกจากบริเวณอื่นของ บ้านไว้อย่างแน่นหนา ด้วยการใช้แผ่นพลาสติกและเทปกาวปิดเอาไว้ นอกจากนี้ก็ควรปิดช่องระบายอากาศด้วย ในกรณีที่กำลังทาสีบ้านใหม่ ก็ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารพิษน้อย โดยให้ดูจากฉลากที่ปิดเอาไว้ว่า “VOC-free” “zero-VOC” หรือ “low-VOC” เป็นต้น

4. เลือกใช้พลาสติกอย่างชาญฉลาด
CPCHE แนะนำว่าไม่ควรนำภาชนะพลาสติกหรือห่อพลาสติกใส่เข้าไปในไมโครเวฟ แม้ว่าจะมีป้ายระบุว่า “microwave-safe” หรือ ปลอดภัยสำหรับใช้กับไมโครเวฟ ก็ตาม เนื่องจากสารเคมีที่เป็นอันตรายอาจจะรั่วไหลออกมาจากพลาสติกและเข้าไปใน อาหารได้ เลือกใช้ภาชนะที่เป็นแก้วหรือเซรามิคในการบรรจุอาหาร และเลือกรับประทานอาหารสดหรืออาหารแช่แข็งแทนอาหารกระป๋อง เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมี BPA ที่ใช้ในกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่มกระป๋อง นอกจากนี้ CPCHE ก็ยังแนะนำให้พ่อและแม่หลีกเลี่ยงการซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่มี PVC เนื่องจากจะสามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้

5. ลดการใช้สารปรอท
ผู้เชี่ยวชาญจาก CPCHE บอกว่า ให้เลือกรับประทานปลาที่มีปรอทต่ำ เช่น แอตแลนติคแมคเคอเรล เฮริง เรนโบว์เทราท์ แซลมอน และปลาหมอเทศ เป็นต้น เนื่องจากสารปรอทเป็นสารพิษที่มีอันตรายต่อสมอง

บทความจาก sanook.com

ยุคนี้ของเล่น มีวางขายเกลื่อนมากมาย ด้วยความเข้าใจที่ว่า ของเล่นมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะทางปัญญาและอารมณ์ของเด็ก แท้ที่จริงแล้ว นักวิชาการกล่าวว่า ต่อให้ของเล่นมีราคาแพง ดีแค่ไหน แต่ไม่มีพ่อแม่ได้ร่วมเล่นกับลูก ของเล่นไม่ตรงกับความสามารถ พัฒนาการตามช่วงวัย ก็เปล่าประโยชน์

ข้อแนะนำต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจถึงการเล่นที่เสริมสร้างความฉลาด สอดคล้องกับความสามารถ พัฒนาการช่วงวัยของลูกค่ะ

0 – 1 เดือน

ความสามารถ ลูก เรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆ ผ่านประสาทสัมผัสทุกด้านตั้งแต่แรกเกิด สามารถมองเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส และสัมผัสได้ตลอดเวลา การจัดสิ่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญ ที่ช่วยให้ลูกซึมซับความรู้สึก พร้อมกับการเล่นที่หลากหลายและสร้างสรรค์โดยเฉพาะลูกน้อยช่วงแรกเกิดนั้น ของเล่นที่ดีที่สุดก็คือพ่อแม่ ที่ได้ใกล้ชิดดูแลเรื่องความเป็นอยู่ ได้เล่นกับลูก
ของเล่น
- เสียงพูดคุย ร้องเพลง ที่มีจังหวะ น้ำเสียงขึ้นๆ ลงๆ ก็เป็นเสียงชวนฟัง เรื่องสนุกของลูก


– เล่นปูไต่ การสัมผัส ใช้นิ้วมือของคุณแม่ไต่ไปตามแขน ขา ลำตัว นิ้วมือ นิ้วเท้า พร้อมกับสบตาพูดคุยไปด้วย


– ใช้ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม หรือการทำท่าทางที่ตลกๆ ของคุณพ่อ ชวนให้ลูกยิ้มดูบ้างสิคะ

 

2 – 3 เดือน

ความสามารถ ลูกยกศีรษะจากที่นอนได้ชั่วขณะ (ประมาณ 45 องศา) ช่วงแขน ขา เอว เข่า แข็งแรงขึ้นมากของเล่น
- เลือกภาพที่น่าสนใจ เช่น ภาพใบหน้าพ่อ-แม่ หรือภาพดอกไม้ รูปทรงง่ายๆ ที่ตัดกับพื้นด้านหลังชัดเจน นำมาให้ลูกดู หรือทำเป็นโมบายแขวนไว้


– จับลูกนอนคว่ำกับที่นอน โดยคุณแม่อยู่ด้านตรงข้ามกับลูก ใช้ใบหน้า เสียงเรียกหรือท่าทาง ชวนลูกเล่น กระตุ้นให้ลูกพยายามผงกหัวขึ้นมามอง

4 – 5 เดือน

ความสามารถ ควบคุมศีรษะดีขึ้น อาจมีบ้างที่ศีรษะยังแหงนหงาย คอและหลังแข็งแรงขึ้นมาก ชอบเหลียวมองไปมา ชอบมองของเล่น และอยากจะคว้าของของเล่น
- อุ้มลูกส่องกระจก ให้ลูกมองตัวเองในกระจก พร้อมกับบอกชื่อลูกหรือชื่อคุณแม่


– ของใช้ เช่น ผ้าอ้อม ก็สามารถนำมาดัดแปลงเป็นของเล่นสนุก ให้ลูกสัมผัส หยิบจับ ขยำ กำ ได้ค่ะ

 

6 เดือน

ความสามารถ ลูกพยายามคืบ หยิบของเข้าปาก ชอบของเล่นสีสันสดใส มีเสียงของเล่น
- แก้วน้ำ ถ้วย ช้อน ที่มีน้ำหนักเบา อุปกรณ์เรื่องหม่ำของลูก ก็เป็นของเล่นที่ชวนเพลิดเพลินกับการหยิบจับกำ สิ่งของได้เป็นอย่างดี


– อวัยวะส่วนต่างๆ ของลูก ก็เป็นตัวเชื่อมโยงเรื่องเล่นค่ะ โดยให้ลูกสัมผัสกับอวัยวะ เช่น จมูก ปาก หูของตัวเอง แล้วคุณแม่คอยกำกับบอกชื่อขณะที่เล่น

 

7 – 8 เดือน

ความสามารถ กล้ามเนื้อมัดเล็กแข็งแรง ลูกสามารถหยิบของสลับข้างได้เก่ง นั่งได้ คลานได้ แต่อาจไม่คล่องแคล่วของเล่น
- หากล่องใบเล็กสักใบ พร้อมลูกบอลที่ลูกจับถนัดมือ โดยคุณแม่ก็หยิบลูกบอลเข้า-ออกให้ลูกดู ต่อจากนั้นก็ให้ลูกเป็นผู้เล่นดูบ้าง


– คุณแม่อาจให้ลูกลองบีบฟองน้ำ หรือตีน้ำป๋อมแป๋มให้ลูกดู มีเสียงประกอบเล็กน้อย ก็เป็นเรื่องสนุกช่วงเวลาอาบน้ำ

9 – 10 เดือน

ความสามารถ ลูกเริ่มเกาะยืน เคลื่อนไหวร่างกายคล่องขึ้นมากของเล่น
- ใช้กำแพงบ้านเป็นพื้นที่สนุก ให้ลูกหัดดันตัวเองจากพื้น เพื่อเกาะยืนขึ้น


– ให้คุณพ่อมีส่วนร่วมเรื่องเล่นของลูก ด้วยการเล่นโยกเยก ขี่ม้าส่งเมือง โดยมีคุณแม่ดูแลความปลอดภัย

 

11 – 12 เดือน

ความสามารถ ลูกเกาะยืน ลุกขึ้นนั่งลง คลานไปได้ทั่ว สนุกกับการเคลื่อนไหวร่างกาย (ไม่อยู่นิ่ง) ของเล่นจำพวกผลัก ดึง ให้เคลื่อนที่ได้จึงเป็น ของเล่นชวนสนุกของลูกวัยนี้
ของเล่น
- หากล่องใบเล็ก 2-3 ใบ ประดิษฐ์เป็นขบวนรถไฟ ให้ลูกสนุกกับการลาก ดึง ที่สำคัญ ขณะที่เล่นคุณแม่ควรพูดคุยถึงสิ่งที่ลูกเล่นไปด้วย เช่น ทำเสียงเลียนแบบรถไฟ (ปู๊น ปู๊น) เป็นต้น

 

บทความจาก sanook.com

 

การพัฒนาความรู้ความเข้าใจของลูกน้อยหมายถึงกระบวนการเรียนรู้ของหน่วยความจำ, ภาษาการคิดและเหตุผล ลูกน้อยของคุณจะเรียนรู้เสียงของคุณ เธอยังเรียนรู้ที่จะมุ่งเน้นการมองเห็นจากรอบนอกถึงใจกลาง การพัฒนาภาษาเป็นมากกว่าเสียงพูดประโยค หรือเรียกมาม่า / พ่อ
ลูกจำเป็นต้องฟังเข้าใจและทราบชื่อของผู้คนและสิ่งที่เป็นส่วนประกอบทั้งหมดของการเรียนรู้ภาษา ในระหว่างขั้นตอนนี้ลูกน้อยของคุณยังพัฒนาความรู้สึกรักและความไว้วางใจกับคุณ

ข้อควรกระทำในฐานะพ่อและแม่

  •     พูดคุยกับลูกน้อยของคุณ มันเป็นธรรมชาติที่จะได้ยินเสียงของคุณ
  •     เมื่อลูกน้อยของคุณส่งเสียง ให้ตอบเขาโดยการพูดซ้ำและเพิ่มคำเข้าไป ซึ่งจะช่วยให้เขาเรียนรู้การใช้ภาษา
  •     อ่านให้ลูกน้อยของคุณฟัง ซึ่งจะช่วยให้เธอพัฒนาและเข้าใจภาษาและเสียง
  •     ร้องเพลงให้ลูกน้อยฟัง
  •     การเล่นเครื่องดนตรี จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณพัฒนาความรักทางด้านดนตรีและคณิตศาสตร์
  •     หมั่นชมเชยลูกน้อยของคุณและให้ความสนใจเขา
  •     กอดและอุ้มลูกน้อยของคุณ ซึ่งจะช่วยให้เธอรู้สึกใส่ใจดูแลและรักษาความปลอดภัย
  •     พ่อแม่เป็นงานที่หนัก คุณควรดูแลสุขภาพกายและใจของคุณให้พร้อมตลอดเวลา
ป้ายกำกับ: ,

กระเป๋าเด็ก กางเกงเด็ก การเรียนรู้ การเลี้ยงดูลูกน้อย การเลี้ยงดูเด็ก การเลี้ยงลูก การเลี้ยงลูกน้อย การเลี้ยงเด็ก ขวบแรก ของเล่นเด็ก ของใช้เด็ก ข้อควระวัง คุณแม่มือใหม่ คู่มือเด็ก ชุดเด็ก ดูแลเด็ก ทริคเลี้ยงเด็ก ทารก นมวัว นวดลูก น้ำนมแม่ ผื่นผ้าอ้อม พัฒนการลูกน้อย พัฒนาการลูกน้อย พัฒนาการเด็ก ภูมิคุ้มกันโรค รองเท้าเด็ก ระวังภัยในบ้าน ลูกน้อย สื้อรักแม่และลูก สุขภาพ หมู่เลือด อาบน้ำเด็ก อาหารเด็ก เด็ก เด็กคลอดก่อนกำหนด เด็กซน เด็กทารก เด็กน้อย เด็กอมข้าว เด็กอัจฉริยะ เด็กเล็ก เลี้ยงเด็ก เลื้ยงลูก เสริมพัฒนาการเด็ก เสื้อผ้าเด็ก เสื้อเด็ก แพ้นม แม่และเด็ก โภชนาการเด็ก
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.